ตัวใหญ่ๆๆอยู่หนายจับไม่ได้สักที
นำเข้าเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [63]  

.....

 บิ๊กหมาย” แถลงจับยานรกล็อตใหญ่ ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด เฮโรอีน 37 กก.ขณะลำเลียงเข้าอยุธยาMGR Online - บช.ปส.แถลงรวบแก๊งค้ายานรก ยึดยาบ้ารวม 10 ล้านเม็ด และเฮโรอีนอีก 37 กก.ขณะลำเลียงจากเชียงรายไปส่งมอบให้ลูกค้าในอยุธยา ขณะที่อีกคดีจับกัญชาเกือบพัน กก.ล่องใต้ “สมหมาย” แถลงจับกุมยาเสพติดทั้งปี ได้ทั้งสิ้น 2,018 คดี อายัดทรัพย์สิน 118 ล้านบาท และรอตรวจสอบอีกกว่า 1,300 ล้านบาท 

 

วันนี้ (18 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สหมาย กองวิสัยสุข และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมศุลกากร และสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่หลายเครือข่ายโดยเครือข่ายแรกเป็นเครือข่ายของนายประวิทย์ แซ่ม้า กับพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางยาบ้ารวม 10 ล้านเม็ด และเฮโรอีนอีก 37 กิโลกรัม ซึ่งตรวจยึดได้ภายในรถยนต์กระบะบรรทุกติดตั้งโครงเหล็กของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้บริเวณริมถนนสายเลี่ยงเมืองสุโขทัย-ตาก จังหวัดสุโขทัย โดยยาเสพติดบรรจุอยู่ภายในกระสอบซุกซ่อนอยู่ชั้นในของรถกระบะ มีกระสอบบรรจุมูลไก่วางอำพรางไว้ด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ซุกซ่อนยาเสพติดปะปนมากับมูลไก่เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ในการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดเชียงรายไปส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

             ส่วนอีกคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดของนายธีรศักดิ์ แสนเสนาะ กับพวกรวม 6 คน พร้อมของกลางกัญชา 917 กิโลกรัม หลังสืบทราบว่า เครือข่ายของนายธีรศักดิ์มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนจังหวัดบึงกาฬไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ มีปลายทางอยู่ที่จังหวัดสตูล เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ต้องหาจะใช้ลำเลียงยาเสพติด จนพบรถยนต์ของผู้ต้องหา 3 คันขับตามกันมา จนถึงบริเวณริมถนนมิตรภาพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุดรธานี จึงเข้าแสดงตัวจับกุมและค้นรถยนต์ทั้งหมด จนพบยาเสพติดดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ท้ายรถกระบะ

          นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถจับกุมเครือข่ายชาวแอฟริกาในประเทศไทยที่ลักลอบลำเลียงไอซ์กว่า 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเอกสาร เตรียมนำไปส่งให้กับลูกค้าที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยสามารถจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านพระโขนง

ด้าน พล.ต.ท.สมหมายเปิดเผยว่า ยาเสพติดส่วนใหญ่จะถูกลักลอบลำเลียงส่งไปขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของไทย จึงต้องร่วมมือกับหน่วยงานของประเทศต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงและทลายแหล่งผลิตยาเสพติด เหมือนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย ปิดโรงงานผลิตยาเสพติดที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ที่มีการนำเมทแอมเฟตามีนไปผลิตเป็นยาเสพติดไฟว์ไฟว์

อย่างไรก็ตาม สถิติการจับกุมในรอบปีนี้ สามารถจับกุมยาเสพติดได้ทั้งสิ้น 2,018 คดี ยาบ้ากว่า 65 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 6,000 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 990 กิโลกรัม โคเคนกว่า 100 กิโลกรัม และกัญชาแห้งกว่า 9,300 กิโลกรัม โดยสำนักงาน ป.ป.ส.สามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้กว่า 118 ล้านบาท และรอตรวจสอบอีกกว่า 1,300 ล้านบาท

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้