รู้จักนํ้ามัน E85
นำเข้าเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2555 โดย pop
อ่าน [47522]  

รู้จักนํ้ามัน E85.....

 
 

 

E85


เมื่อวันอังคาร คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกับข้อเสนอของ พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีพลังงาน ให้ใช้นํ้ามัน "ก๊าซโซฮอล์ E 85" มาเป็นนํ้ามันหลักในการแก้ปัญหาวิกฤติราคานํ้ามันแพงในระยะยาว และมีมติให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรฯ ไปทำแผนส่งเสริมและผลิตนํ้ามันก๊าซโซฮอล์อี 85 ร่วมกัน

นํ้ามันก๊าซโซฮอล์ อี 85 คือนํ้ามันอะไร ใช้แก้ปัญหาราคานํ้ามันแพงในระยะยาวได้อย่างไร หลายคนอาจสงสัย คำตอบก็ง่ายมากครับ นํ้ามันอี 85 ก็คือ นํ้ามันที่มีส่วนผสมของ "เอธานอล" 85 เปอร์เซ็นต์ (ผลิตได้เองในเมืองไทยจากอ้อยและมันสำปะหลัง) และ ส่วนผสมของ "นํ้ามันเบนซิน" 15 เปอร์เซ็นต์

แล้วจะช่วยประหยัดนํ้ามันได้อย่างไร

คำตอบก็ง่ายมากอีก นํ้ามันเบนซิน 95 ราคาล่าสุดอยู่ที่ลิตรละ 39.59 บาท ตีเสียว่า ลิตรละ 40 บาท ก็แล้วกัน ส่วน ราคาเอธานอล อยู่ที่ประมาณลิตรละ 17-18 บาท ก็ตีเสียว่า ลิตรละ 20 บาท นํ้ามันอี 85 หนึ่งลิตร ประกอบด้วย เอธานอล 85 เปอร์เซ็นต์ ก็คิดเป็นเงิน ลิตรละ 17 บาท (จากราคาเอธานอลลิตรละ 20 บาท) เบนซิน 15 เปอร์เซ็นต์ ก็คิดเป็นเงิน ลิตรละ 6 บาท (จากราคาเบนซิน 95 ลิตรละ 40 บาท)

ผสมกันออกมาเป็นนํ้ามันอี 85 ก็จะตกลิตรละ 23 บาท ถูกกว่าเบนซิน 95 ลิตรละ 16.59 บาท ถูกกว่าก๊าซโซฮอล์ 95 ลิตรละ 12.59 บาท ที่สำคัญที่สุดก็คือ นํ้ามันสูตรอี 85 จะช่วยให้ไทยลดการใช้นํ้ามันเบนซินลงถึงร้อยละ 85 ทำให้ ลดการใช้นํ้ามันดิบ ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถึงปีละกว่า 97,000 ล้านบาท อย่างที่ รัฐมนตรีหญิง พล.ท. หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ แถลง

ในทางตรงกันข้าม น้ำมันเบนซินที่ลดลงร้อยละ 85 ต่อลิตร และใช้เอธานอล ทดแทนนั้น จะย้อนกลับมาเป็นผลผลิตของเกษตรกรไทย และโรงงานผลิตเอธานอลในเมืองไทย คิดเป็นมูลกว่า 82,000 ล้านบาทต่อปี ไปกลับประเทศไทยประหยัดเงินค่าน้ำมันได้อย่างต่ำปีละ 97,000 ล้านบาท และเพิ่มรายได้เกษตรกรและโรงงานอีกปีละ 82,000 ล้านบาท แถมยังไม่ต้องเดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพงอีกด้วย ทีนี้น้ำมันดิบแขกโอเปกจะขึ้นไปบาร์เรลละ 150 หรือ 200 เหรียญ คนไทยก็ไม่เดือดร้อนอีกต่อไปแล้ว

ในอนาคตถ้ารัฐบาลสามารถบังคับให้บริษัทรถยนต์ผลิตรถที่ใช้ เอธานอล 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนประเทศบราซิลได้แล้ว เราก็แทบจะไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเลย วัตถุดิบหลัก ที่ใช้ในการผลิต เอธานอล ก็คือ "อ้อย" เมื่อวานนี้ผมเพิ่งกินข้าวคุยกับ คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัทน้ำตาลมิตรผล ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของไทย และมีเครือข่ายไร่อ้อยหลายแสนไร่

คุณอิสระ บอกผมว่า ปัจจุบันไทยผลิตอ้อยได้ปีละ 70 ล้านตัน ทำเป็นน้ำตาลให้คนไทยบริโภคในประเทศแค่ 20 ล้านตันเท่านั้น ยังมีอ้อยเหลืออีกปีละ 50 ล้านตันที่จะนำมาผลิตเป็นเอธานอลได้อย่างสบาย และทำได้ทันทีเพราะโรงงานผลิตมีอยู่แล้ว ประเทศที่ใช้เอธานอลแทนน้ำมัน 100% ในโลกวันนี้ก็มี บราซิล ซึ่งเป็นประเทศปลูกอ้อยมากที่สุดในโลก แม้แต่ สวีเดน ก็ใช้เอธานอลในรถยนต์เกือบ 100% เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม สหรัฐฯ ก็ใช้เอธานอลในรถยนต์ถึง 4-50% ถ้ารัฐบาลลดภาษีจูงใจสูงพอ ผมคิดว่า อีก 3 เดือน ค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง ฟอร์ด, บีเอ็มดับเบิลยู และ วอลโว่ ก็สามารถจะนำรถที่ใช้น้ำมันอี 85 เข้ามาจำหน่ายได้ทันที อีกปีครึ่งค่อยผลิตในประเทศทุกยี่ห้อ

งานนี้ต้องชมการตัดสินใจแก้ปัญหาที่เด็ดขาดของ รัฐมนตรีหญิง พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เพราะ น้ำมันอี 85 ไทยเราทำได้เองทันทีวันนี้พรุ่งนี้ และมีการพิสูจน์แล้วว่าแก้ปัญหาน้ำมันแพงในระยะยาวได้จริง




ข้อมูลจาก
 

 

 
trendcounter

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้