พิษ “งูแมมบ้า” เลิศกว่ามอร์ฟีน ผลข้างเคียงน้อยกว่า
นำเข้าเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2555 โดย pop
อ่าน [47361]  

พิษ “งูแมมบ้า” เลิศกว่ามอร์ฟีน ผลข้างเคียงน้อยกว่า .....

 
พิษ “งูแมมบ้า” เลิศกว่ามอร์ฟีน ผลข้างเคียงน้อยกว่า
   
 
 

นักวิจัยพบ พิษจากงูแบล็คแมมบ้ามีฤทธิ์ระงับปวดเทียบเท่ามอร์ฟีน แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า (ภาพประกอบทั้งหมดจากบีบีซีนิวส์)

 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
งูแบล็คแมมบ้าจากแอฟริกา เลื้อยเร็วที่สุด พิษร้ายแรงที่สุด

ข่าว “งูแมมบ้า” อาจเคยสร้างความตระหนกแก่คนไทยช่วงน้ำท่วมใหญ่ปีที่ผ่านมา แต่ข่าวนี้เป็นข่าวดีเมื่อนักวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศสพบว่าพิษของงูสายพันธุ์แอฟริกานี้มีฤทธิ์ระงับปวดเทียบชั้น “มอร์ฟีน” แต่ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงเท่า

นักล่าอย่างงูแมมบ้า (mamba) ที่มีพิษรุนแรงที่สุดและเลื้อยได้เร็วที่สุดจากแอฟริกานี้ ใช้พิษของตัวเองที่มีฤทธิ์ทำลายประสาทเพื่อทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตและฆ่าให้ตาย แต่งานวิจัยใหม่ได้ใช้พิษจอมเลื้อยไปทดสอบในหนูทดลอง แล้วพบว่าพิษงูดังกล่าวมียาระงับปวดอันทรงประสิทธิภาพ และได้เผยแพร่ผลงานลงวารสารเนเจอร์ (Nature)

ทีมวิจัยยอมรับว่า พวกเขางุนงงว่าเหตุใดงูแมมบ้าต้องผลิตสารที่มีฤทธิ์ระงับปวดด้วย ซึ่งทางบีบีซีนิวส์ได้รายงานว่าทีมวิจัยได้ค้นหาพิษจากงูกว่า 50 สปีชีส์ ก่อนที่จะได้พบโปรตีนระงับปวดจากงูแบล็คแมมบ้า (black mamba) ที่เรียกว่า “แมมบาลกินส์” (mambalgins)

ดร.อีริค ลินกูกลียา (Dr Eric Lingueglia) จากสถาบันเภสัชวิทยาเชิงโมเลกุลและเซลล์ (Institute of Molecular and Cellular Pharmacology) จากเมืองนิซ ฝรั่งเศส บอกทางบีบีซีนิวส์ว่า เมื่อทำการทดสอบในหนูทดลองพบว่าภาวะไร้ความเจ้บปวดนั้นเทียบเท่ามอร์ฟีน แต่กลับไม่มีผลข้างเคียงมากเท่ายาระงับปวดที่มีฤทธิ์เป็นสารเสพติด

ทั้งนี้ มอร์ฟีนทำปฏิกิริยากับสมอง ซึ่งสามารถระงับความเจ็บปวด แต่ก็ทำให้เสพย์ติดและเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะได้ แล้วยังทำให้คิดอะไรได้ช้า อาเจียนและกล้ามเนื้อกระตุกด้วย แต่สำหรับโปรตีนแมมบาลกินส์แล้วมีวิธีระงับปวดต่างจากมอร์ฟีนอย่างสิ้นเชิง และยังเกิดผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย

ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในหนูทดลองและคนนั้นมีวิถีทางคล้ายคลึงกัน ซึ่ง ดร.ลินกูกลียาคาดหวังว่าจะสามารถพัฒนายาระงับปวดจากพิษงูแมมบ้าที่สามารถในระดับคลีนิคได้ และการทดสอบกับเซลล์มนุษย์ในห้องปฏิบัติการก็แสดงให้เห็นว่าแมมบาลกินส์นั้นให้ผลเชิงเคมีในมนุษย์แบบเดียวกับหนูทดลองด้วย

อย่างไรก็ดี นักวิจัยระบุว่าการทดลองนี้ยังเป็นเพียงการทดลองระยะแรก ซึ่งยากจะบอกได้ว่าโปรตีนจากพิษงูนี้จะนำไปใช้เป็นยาระงับปวดได้หรือไม่ และยังคงต้องทำการทดลองอีกมากในสัตว์

ด้าน ดร.นิโคลัส เคสเวลล์ (Dr.Nicholas Casewell) ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษงูจากวิทยาลัยการแพทย์เขตร้อนลิเวอร์พูล (Liverpool School of Tropical Medicine) ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของพิษงูในฐานะวัตถุดิบสำหรับผลิตยาให้ความเห็นต่อการศึกษาพิษงูแมมบ้าว่า เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และเป็นตัวอย่างสำคัญของยาจากพิษงู ซึ่งนับเป็นยาระงับปวดประเภทใหม่

ส่วน ดร.ลินกูกลียาผู้ทำวิจัยเองก็รู้สึกแปลกใจอย่างยิ่งที่พิษงูแบล็คแมมบ้านั้นมีสารระงับปวดอยู่ด้วย และ ดร.เคสเวลล์ก็เห็นด้วยว่าการค้นพบดังกล่าวเป็นเรื่องแปลก และเสริมว่าผลของการออกฤทธิ์ให้เหยื่อไร้ความเจ็บปวดนี้อาจทำงานร่วมกับพิษอื่นๆ เพื่อกันไม่ให้เหยื่อหนีรอดไปได้ หรือเป้นไปได้ว่าอาจจะส่งผลต่อสัตว์ชนิดต่างๆ ในรูปแบบที่ต่างกัน เช่นหากทดลองในนกอาจไม่ได้ผลเช่นทดลองในหนูก็ได้
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้