เลี้ยงปลาทับทิมซีพี-ปลานิลซีพี ในโรงเรียน
นำเข้าเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2554 โดย จุฬาตรีคูณ
อ่าน [46954]  

ในปี 2553 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีทองของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมซีพี-ปลานิลซีพี ในกระชังแขวนในบ่อ เนื่องจากราคาจำหน่ายดีเกือบตลอดทั้งปี เพราะกระแสความนิยมบริโภคเนื้อปลานั้นมีมากขึ้น แต่ปลาทะเลกลับลดปริมาณลงเรื่อยๆ หลังกลุ่มธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มวางโครงการพัฒนาสายพันธุ์ปลา ด้วยการนำปลานิลจิตรลดาพระราชทาน มาเป็นต้นตระกูลเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ตามแนวพระราชดำริ พร้อมกับคัดเลือกสายพันธุ์ปลาที่มีลักษณะเด่นมากในด้านต่างๆ ทั้งจากอังกฤษ อเมริกา อิสราเอล และไต้หวัน มาผสมข้ามพันธุ์กัน และปรับปรุงสายพันธุ์ทางด้านคุณภาพให้ดีขึ้นโดยวิธีตามธรรมชาติ กระทั่งได้ปลาเนื้อพันธุ์ใหม่ ที่มีลักษณะภายนอกอันโดดเด่น คือสีของเกล็ดและตัวปลามีสีแดงอมชมพูดูเป็นมงคล สำหรับการเลี้ยงปลาชนิดดังกล่าว ยังมีหน่วยงานราชการที่คอยส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงปลาชนิดนี้เป็นอาชีพในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใสสะอาด ปราศจากมลพิษ ไม่มีการใช้ยาและสารเคมีที่ทำให้เกิดสารพิษตกค้างในตัวปลา และได้วางมาตรฐานการปฏิบัติทางการประมงที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ (Good Aquaculture Practice : GAP) ที่เป็นเหมือนเครื่องหมายยืนยันคุณภาพของสินค้า ซึ่งจะทำให้ปลาที่เลี้ยงออกมามีมาตรฐาน ปลอดภัยต่อผู้บริโภค นิคม นักคุ่ย กำนันบ้านหัวบ้าน ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี เกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงปลาในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลาทับทิมครบวงจร เล่าว่า เมื่อ 20 ปีก่อน ตนและครอบครัวทำนาปลูกข้าวเป็นหลัก แต่การทำนาก็พบปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง ทั้งศัตรูในนาข้าวและโรคระบาด ที่จำเป็นต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องปุ๋ยราคาแพง ต้นทุนสูง และราคาข้าวตกต่ำ ทำให้ต้องหันมามองอาชีพอื่นที่มั่นคงกว่า ซึ่งการทำประมงเป็นอาชีพที่น่าสนใจ กระทั่งปี 2544 มีการส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ดี ภายใต้การจัดการมาตรฐานของซีพีเอฟ หลังจากที่ได้ศึกษาดูก็เห็นโอกาสในอาชีพ จึงตัดสินใจที่จะทำอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกรามซีพี โดยเลี้ยงในบ่อดินและประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ จนเมื่อปี 2553 ทีมงานของซีพีเอฟได้แนะนำการเลี้ยงปลาทับทิมกระชังแขวนในบ่อซึ่งน่าสนใจมาก ยิ่งเมื่อศึกษาดูงานจากในหลายๆ ที่ ก็ทำให้มั่นใจจึงตกลงเลี้ยง และผลการเลี้ยงก็ดีเกินคาดเพราะมีกำไรเพิ่มขึ้น อย่างชัดเจนแน่นอน ปัจจุบันจึงได้เลี้ยงทั้งปลานิล ปลาทับทิม และกุ้งก้ามกราม ในส่วนของปลาที่เลี้ยงกระชังแขวนในบ่อทั้งหมด 100% จากผลการเลี้ยงที่ดีกำไรที่น่าพอใจทำให้มั่นใจในอาชีพนี้มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันจึงมีแผนจะเพิ่มกระชังจาก 30 กระชัง เป็น 60 กระชัง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น กำนันนิคมบอกว่า ตนเชื่อและมั่นใจว่าอาชีพนี้จะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ที่ดีและยั่งยืนให้แก่ครอบครัวของตน และที่สำคัญอาชีพนี้จะกลายเป็นมรดกที่จะมอบให้แก่ลูกๆ ทั้งยังเชื่ออีกว่าเป็นอาชีพที่สามารถสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ลูกๆ ของตนได้อย่างแน่นอน "สำหรับเกษตรกรที่สนใจในธุรกิจการเลี้ยงสัตว์น้ำกับซีพีเอฟ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ใส่ใจ และตั้งใจจริง เพราะทางซีพีเอฟจะส่งนักวิชาการมาคอยให้ความรู้เป็นประจำ อีกทั้งยังจัดหาตลาดรองรับผลผลิตให้ทั้งหมดอีกด้วย และเชื่อว่าเกษตรกรทุกท่านจะประสบความสำเร็จในอาชีพนี้อย่างแน่นอน" กำนันนิคมกล่าวทิ้งท้าย .....

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้